สมองเสื่อม(Dementia)

07 เมษายน 2565


ภาวะสมองเสื่อม(Dementia)

ภาวะสมองเสื่อม คือ ภาวะที่มีการถดถอยของความสามารถในการทำงานของสมองและส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วย โดยอาการของภาวะสมองเสื่อม อาจพบได้หลายรูปแบบ ดังนี้

  • ความทรงจำบกพร่อง
  • ความผิดปกติในเรื่องการสื่อสารเข้าใจ
  • ความสามารถในการตัดสินใจลดลง
  • ไม่มีสมาธิในการทำงาน

สาเหตุของภาวะสมองเสื่อมแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่

  • สาเหตุที่สามารถป้องกันและรักษาได้ แบ่งแยกตามสาเหตุได้ ดังนี้
    • กลุ่มที่ใช้ยาบางชนิดต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น ยานอนหลับ ยาทางจิตเวช
    • กลุ่มโรคซึมเศร้า
    •  กลุ่มโรคทางเมตาบิลิกและต่อมไร้ท่อ เช่น โรคเบาหวาน ไทรอยด์
    • กลุ่มโรคความเสื่อมทางตาและหู
    • ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง
    • กลุ่มโรคเนื้องอกในสมองหรือมีรอยโรคในสมอง
    • โรคติดเชื้อบางชนิด เช่น การติดเชื้อซิฟิลิส การติดเชื้อเอชไอวี
    • กลุ่มที่เกิดจากภาวะการขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น ขาดวิตามินบี12 โฟลิก
  • สาเหตุที่ไม่สามารถป้องกันได้ แต่สามารถให้การรักษาและชะลอการดำเนินของโรคได้

โดยส่วนใหญ่จะป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์สมอง ซึ่งอาจเกิดได้หลายปัจจัยที่แตกต่างกัน โรคที่รู้จักกันเป็นส่วนใหญ่คือ อัลไซเมอร์ ซึ่งจะพบได้ส่วนใหญ่กับปัญหาด้านความทรงจำ

แนวทางการรักษา

เน้นการรักษาที่สาเหตุ ซึ่งต้องอาศัยการตรวจพบอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีอาการชัดเจนจนส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งปัญหาของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษา เนื่องจาก เริ่มรักษาเมื่อการดำเนินโรคเกิดขึ้นมานานและมีอาการมากแล้ว

การตรวจทั่วไปและตรวจพิเศษ

  • ตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำทุกปี
  • การตรวจด้วยเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
  • การพันธุกรรม(Genetic testing)ในครอบครัวที่มีประวัติเป็นโรคสมองเสื่อม
  • การประเมินอาการร่วมกับแพทย์ด้วยแบบคัดกรองภาวะสมองเสื่อม

เนื่องจากภาวะสมองเสื่อมยังมีสาเหตุและรายะละเอียดเพิ่มเติมอีกมากมาย หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยของภาวะสมองเสื่อม แนะนำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาท เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมที่จะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพหากต้องเผชิญกับภาวะสมองเสื่อม


นพ.ภาณุพงศ์ บำรุงจิตต์

ความชำนาญ : ประสาทวิทยา

ข้อมูลเพิ่มเติม

แพ็คเกจที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

โปรแกรมครอบฟันน้ำนมเด็ก (วัสดุเชรามิก สีเหมือนฟัน Zirconia)

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจฮอร์โมนเพศหญิงภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติ

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับท่องเที่ยวที่สูง

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมฝังเข็มเพื่อผิวหน้ากระจ่างใส 5 ครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจหาเชื้อและภูมิไวรัสตับอักเสบ เอ บี และซี

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมฟื้นฟูร่างกายหลังหายจากโควิด-19

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคุณภาพการนอนหลับที่บ้าน (Watch PAT)

ข้อมูลเพิ่มเติม

วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ (Fast track)

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับเดินทางต่างประเทศ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคุณภาพการนอนหลับที่บ้าน (Watch PAT)

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพ Happy Life Program

ข้อมูลเพิ่มเติม

Long Covid (ตรวจสุขภาพหลังป่วยโควิด)

ข้อมูลเพิ่มเติม

ประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์โดยนักกิจกรรมบำบัด

ข้อมูลเพิ่มเติม

วัคซีน Moderna สำหรับอายุ 12 ปีขึ้นไป

ข้อมูลเพิ่มเติม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

เมื่อลูกน้อย...เท้าบิดหมุนเข้าใน

เด็กที่เดินแล้วมีปลายเท้าชี้เข้าหากัน เกิดจากการบิดหมุนของขาตั้งแต่สะโพกลงมา มีลักษณะการเดินผิดปกติและปัญหาเรื่องความสวยงามของขาที่ผิดรูป การตัดรองเท้าอาจพิจารณาในรายที่เป็นมากจนเท้าสะดุดกันเองเวลาวิ่ง เด็กที่มีเท้าบิดหมุนเข้าใน เด็กที่เดินแล้วมีปลายเท้าชี้เข้าหากันเกิดจากการบิดหมุนของขาตั้งแต่สะโพกลงมา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ต้นขา หน้าแข้ง และเท้า แต่ละส่วนมีแนวทางการตรวจติดตาม และรักษา แตกต่างกันเล็กน้อย การบิดหมุนของส่วนต้นขา พบมากที่สุด ส่วนใหญ่จะหายได้เอง ก่อนอายุ 10 ปี การดัดและการตัดรองเท้า ไม่ช่วยในการหาย พยายามเลี่ยงการนั่งในท่า W แต่ไม่จำเป็นต้องให้นั่งขัดสมาธิ ในเด็กที่ทำไม่ได้ อาจให้นั่งเหยียดขาแทนเวลานั่งพื้น การตัดรองเท้าอาจพิจารณาในรายที่เป็นมากจนเท้าสะดุดกันเองเวลาวิ่ง การผ่าตัดอาจไม่จำเป็นถ้าไม่มีปัญหาในการดำรงชีวิต และหากจะทำควรทำเมื่อเด็กโตมากแล้ว การบิดหมุนของหน้าแข้ง พบได้น้อยเมื่อเทียบกับบริเวณอื่น ส่วนใหญ่จะหายเองก่อนอายุ 4 ปี การรักษาเบื้องต้นเพียงติดตามอาการเท่านั้น การผ่าตัดอาจไม่จำเป็นถ้าไม่มีปัญหาในการดำรงชีวิต และหากจะทำควรทำเมื่อเด็กโตมากแล้ว การบิดหมุนที่เท้า พบได้ค่อนข้างบ่อย สังเกตได้จากเท้าจะโค้งคล้ายกล้วย ถ้าสามารถดัดได้ง่าย โอกาสหายเองสูง ถ้าดัดได้ยากอาจพิจารณาใส่เฝือกหรือตัดรองเท้าช่วย ส่วนใหญ่หายเองก่อน 4 ขวบ ในกรณีที่ยังเป็นจนโต อาจพิจารณาผ่าตัดในรายที่มีปัญหาการใส่รองเท้า และกังวลเรื่องความสวยงาม