เจาะเลือดฝากครรภ์ ตรวจอะไรบ้าง ??

05 เมษายน 2565


เจาะเลือดฝากครรภ์ ตรวจอะไรบ้าง ??

 

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องไปฝากครรภ์ นอกจากการอัลตร้าซาวน์แล้วคุณแม่จะต้องเจาะเลือดตรวจ รายการที่เจาะเลือดประกอบไปด้วย

             ⇒ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (complete blood count) จะบอกถึงระดับความเข้มข้นเลือดในร่างกาย ขนาดและรูปร่างของเม็ดเลือดแดง บอกปริมาณเม็ดเลือดขาว และบอกปริมาณเกร็ดเลือดในร่างกาย

               ⇒ หมู่เลือด ABO และดู Rh group ว่าเป็นแบบปกติ หรือเป็น negative

               ⇒ ธาลัสซีเมีย แต่ละรพ.จะตรวจแตกต่างกัน บางโรงพยาบาลจะตรวจแบบคัดกรอง (OF, MCV หรือ DCIP) หรือ HbTyping และบางโรงพยาบาลจะมีตรวจคัดกรองภาวะ อัลฟาธาลัสซีเมียเพิ่มเติม

              ⇒ โรคติดเชื้อ ซึ่งได้แก่ การตรวจหาไวรัส HIV, ตับอักเสบบี และ ซิฟิลิส

 

การตรวจเลือดอื่นๆ

            ⇒ การตรวจภูมิตับอักเสบบี, ภูมิหัดเยอรมัน

            ⇒ การตรวจคัดกรองเบาหวาน โดยจะตรวจคัดกรองตั้งแต่เจาะเลือดครั้งแรกในคุณแม่ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นเบาหวาน, มี BMI >= 23 kg/m2, มีประวัติเคยตรวจพบผลน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์ เป็นต้น จะได้รับการตรวจ 50OGT คือรับประทานน้ำตาลกลูโคส 1 แก้ว แล้วเจาะเลือดหลังจากรับประทานน้ำตาล 1 ชั่วโมง

(ค่าปกติ < 140 mg%) ถ้าคุณแม่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงจะได้รับการตรวจคัดกรองตอนอายุครรภ์ประมาณ 24-28 สัปดาห์

          ⇒ การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม มีหลายวิธี เช่น การตรวจสารเคมีในเลือด หรือการตรวจ fetal cell DNA โดยจะตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์ขึ้นไป

นอกจากนี้แนะนำให้คุณพ่อมาตรวจเลือดพร้อมกับคุณแม่ด้วย เพื่อเป็นการตรวจหาธาลัสซีเมีย และโรคติดเชื้อ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์สุขภาพสตรี โทร 033-038924 

นัดหมาย/ปรึกษาทางไลน์  Click


พญ.อุมาวรรณ วิระพรสวรรค์

ความชำนาญ : สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

ข้อมูลเพิ่มเติม

แพ็คเกจที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 1 ข้าง 225,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมฟื้นฟูร่างกายหลังหายจากโควิด-19

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจคัดกรอง "โรคมะเร็งตับ"

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
ด้วยเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรม
(Digital Mammogram)

ข้อมูลเพิ่มเติม

วัคซีน มือ เท้า ปาก EV71 สำหรับเด็ก 6 เดือน - 5 ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก 4 สายพันธุ์ (3 เข็ม) HPV vaccine-4 valent

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจสุขภาพเด็กอายุ 4 - 6ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจหาเชื้อและภูมิไวรัสตับอักเสบ เอ บี และซี

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมศัลยกรรมเพื่อความงาม

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

ข้อมูลเพิ่มเติม

Long Covid (ตรวจสุขภาพหลังป่วยโควิด)

ข้อมูลเพิ่มเติม

IV DRIP ดริปวิตามิน

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคุณภาพการนอนหลับที่บ้าน (Watch PAT)

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับเดินทางต่างประเทศ

ข้อมูลเพิ่มเติม

แพ็กเกจการคลอดแบบพรีเมียม
รพ.สมิติเวชชลบุรี

ข้อมูลเพิ่มเติม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

เมื่อลูกน้อย...เท้าบิดหมุนเข้าใน

เด็กที่เดินแล้วมีปลายเท้าชี้เข้าหากัน เกิดจากการบิดหมุนของขาตั้งแต่สะโพกลงมา มีลักษณะการเดินผิดปกติและปัญหาเรื่องความสวยงามของขาที่ผิดรูป การตัดรองเท้าอาจพิจารณาในรายที่เป็นมากจนเท้าสะดุดกันเองเวลาวิ่ง เด็กที่มีเท้าบิดหมุนเข้าใน เด็กที่เดินแล้วมีปลายเท้าชี้เข้าหากันเกิดจากการบิดหมุนของขาตั้งแต่สะโพกลงมา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ต้นขา หน้าแข้ง และเท้า แต่ละส่วนมีแนวทางการตรวจติดตาม และรักษา แตกต่างกันเล็กน้อย การบิดหมุนของส่วนต้นขา พบมากที่สุด ส่วนใหญ่จะหายได้เอง ก่อนอายุ 10 ปี การดัดและการตัดรองเท้า ไม่ช่วยในการหาย พยายามเลี่ยงการนั่งในท่า W แต่ไม่จำเป็นต้องให้นั่งขัดสมาธิ ในเด็กที่ทำไม่ได้ อาจให้นั่งเหยียดขาแทนเวลานั่งพื้น การตัดรองเท้าอาจพิจารณาในรายที่เป็นมากจนเท้าสะดุดกันเองเวลาวิ่ง การผ่าตัดอาจไม่จำเป็นถ้าไม่มีปัญหาในการดำรงชีวิต และหากจะทำควรทำเมื่อเด็กโตมากแล้ว การบิดหมุนของหน้าแข้ง พบได้น้อยเมื่อเทียบกับบริเวณอื่น ส่วนใหญ่จะหายเองก่อนอายุ 4 ปี การรักษาเบื้องต้นเพียงติดตามอาการเท่านั้น การผ่าตัดอาจไม่จำเป็นถ้าไม่มีปัญหาในการดำรงชีวิต และหากจะทำควรทำเมื่อเด็กโตมากแล้ว การบิดหมุนที่เท้า พบได้ค่อนข้างบ่อย สังเกตได้จากเท้าจะโค้งคล้ายกล้วย ถ้าสามารถดัดได้ง่าย โอกาสหายเองสูง ถ้าดัดได้ยากอาจพิจารณาใส่เฝือกหรือตัดรองเท้าช่วย ส่วนใหญ่หายเองก่อน 4 ขวบ ในกรณีที่ยังเป็นจนโต อาจพิจารณาผ่าตัดในรายที่มีปัญหาการใส่รองเท้า และกังวลเรื่องความสวยงาม