วิตามินและเกลือแร่ สารอาหารรอง ของร่างกาย

14 มีนาคม 2565


วิตามินและเกลือแร่สารอาหารรองช่วยเสริมความแข็งแรงและการทำงานของกล้ามเนื้อ

เริ่มต้นวันแรกของการทำงานในสัปดาห์นี้หากใครมีอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง อ่อนเพลียที่เป็นต่อเนื่องมาไม่หายสักที อีกสาเหตุของปัญหาการขาดวิตามินบางตัวที่เราอาจมองข้ามไป

วิตามินและเกลือแร่เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงานและร่างกายต้องการในปริมาณที่น้อยแต่ก็ขาดไม่ได้เลย สารอาหารกลุ่มนี้ถึงไม่ให้พลังงานโดยตรงแต่มีบทบาทที่สำคัญในกระบวนการทำงานต่างๆของร่างกาย วันนี้เราจะพูดถึงบทบาทในการเสริมความแข็งแรงและเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อกันครับ

  • Vitamin D ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกบางและกระดูกพรุน ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เองผ่านการโดนแสงแดด บริโภคอาหารที่มีวิตามินดีสูง คือปลาทะเลน้ำลึก เช่นปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาซาร์ดีน ไข่ และนมที่มีการเสริมวิตามินดี
  • Vitamin B12 ช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง บำรุงและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน อาหารที่มีB12 สูง เช่น หอยลาย ตับ ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เนื้อสัตว์ โยเกิร์ต นม
  • Calcium   เป็นส่วนประกอบสำคัญในโครงสร้างกระดูกและฟัน ช่วยในการทำงานของระบบประสาทกล้ามเนื้อ ควบคุมการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อ รักษาสมดุลความดัน อาหารที่มีCalcium สูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว นม
  • Magnesium   มีความสำคัญในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ การสังเคราะห์โปรตีน การเผาผลาญพลังงาน รวมไปถึงการผ่อนคลายและการหดตัวของกล้ามเนื้อ อาหารที่มี Magnesium สูง เช่น ผักใบเขียว โยเกิร์ตไขมันต่ำ ข้าวกล้อง ถั่วเหลือง กล้วย อัลมอลด์

                นอกจากวิตามิน 4   ตัวที่เรากล่าวถึงแล้วยังมีวิตามินและสารอาหารอื่นที่มีส่วนสำคัญในร่างกายปรึกษาการตรวจหาวิตามินและสารอาหารได้ที่แผนกส่งเสริมสุขภาพรพ.สมิติเวชชลบุรีและถ้าไม่สามารถปรับไลฟ์สไตล์การรับประทานอาหาร วิตามินในรูปแบบอาหารเสริม (supplement) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเติมส่วนที่ขาดให้สมดุลย่อมส่งผลดี แต่หากมากเกินไปก็เป็นพิษต่อร่างกาย


แพ็คเกจที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ (Fast track)

ข้อมูลเพิ่มเติม

วัคซีน Moderna สำหรับอายุ 12 ปีขึ้นไป

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
ด้วยเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรม
(Digital Mammogram)

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับเดินทางต่างประเทศ

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมฟื้นฟูร่างกายหลังหายจากโควิด-19

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมฝังเข็มเพื่อผิวหน้ากระจ่างใส 5 ครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับท่องเที่ยวที่สูง

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคุณภาพการนอนหลับที่บ้าน (Watch PAT)

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนดำน้ำ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคุณภาพการนอนหลับที่บ้าน (Watch PAT)

ข้อมูลเพิ่มเติม

ประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์โดยนักกิจกรรมบำบัด

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์

ข้อมูลเพิ่มเติม

แพ็กเกจการคลอดแบบพรีเมียม
รพ.สมิติเวชชลบุรี

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพ Happy Life Program

ข้อมูลเพิ่มเติม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

เมื่อลูกน้อย...เท้าบิดหมุนเข้าใน

เด็กที่เดินแล้วมีปลายเท้าชี้เข้าหากัน เกิดจากการบิดหมุนของขาตั้งแต่สะโพกลงมา มีลักษณะการเดินผิดปกติและปัญหาเรื่องความสวยงามของขาที่ผิดรูป การตัดรองเท้าอาจพิจารณาในรายที่เป็นมากจนเท้าสะดุดกันเองเวลาวิ่ง เด็กที่มีเท้าบิดหมุนเข้าใน เด็กที่เดินแล้วมีปลายเท้าชี้เข้าหากันเกิดจากการบิดหมุนของขาตั้งแต่สะโพกลงมา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ต้นขา หน้าแข้ง และเท้า แต่ละส่วนมีแนวทางการตรวจติดตาม และรักษา แตกต่างกันเล็กน้อย การบิดหมุนของส่วนต้นขา พบมากที่สุด ส่วนใหญ่จะหายได้เอง ก่อนอายุ 10 ปี การดัดและการตัดรองเท้า ไม่ช่วยในการหาย พยายามเลี่ยงการนั่งในท่า W แต่ไม่จำเป็นต้องให้นั่งขัดสมาธิ ในเด็กที่ทำไม่ได้ อาจให้นั่งเหยียดขาแทนเวลานั่งพื้น การตัดรองเท้าอาจพิจารณาในรายที่เป็นมากจนเท้าสะดุดกันเองเวลาวิ่ง การผ่าตัดอาจไม่จำเป็นถ้าไม่มีปัญหาในการดำรงชีวิต และหากจะทำควรทำเมื่อเด็กโตมากแล้ว การบิดหมุนของหน้าแข้ง พบได้น้อยเมื่อเทียบกับบริเวณอื่น ส่วนใหญ่จะหายเองก่อนอายุ 4 ปี การรักษาเบื้องต้นเพียงติดตามอาการเท่านั้น การผ่าตัดอาจไม่จำเป็นถ้าไม่มีปัญหาในการดำรงชีวิต และหากจะทำควรทำเมื่อเด็กโตมากแล้ว การบิดหมุนที่เท้า พบได้ค่อนข้างบ่อย สังเกตได้จากเท้าจะโค้งคล้ายกล้วย ถ้าสามารถดัดได้ง่าย โอกาสหายเองสูง ถ้าดัดได้ยากอาจพิจารณาใส่เฝือกหรือตัดรองเท้าช่วย ส่วนใหญ่หายเองก่อน 4 ขวบ ในกรณีที่ยังเป็นจนโต อาจพิจารณาผ่าตัดในรายที่มีปัญหาการใส่รองเท้า และกังวลเรื่องความสวยงาม