ฉีดวัคซีน HPV ในเด็ก ลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก

02 กันยายน 2565


           ประเทศไทย พบผู้หญิงป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม  การป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV ซื่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก จึงเป็นการป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะควรฉีดตั้งแต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์และช่วงที่ร่างกายอยู่ในวัยที่สร้างภูมิคุ้มกันได้ดี ตั้งแต่อายุ 9 ปี ถึง 26 ปี  นอกจากป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกในเด็กผู้หญิงแล้ว        วัคซีนนี้ยังสามารถป้องกันโรคหูดหงอนไก่ และมะเร็งทวารหนักในเด็กผู้ชายได้ด้วย

 HPV คืออะไร

        Human Papilloma virus เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่สามารถก่อให้เกิดโรคได้ในหลายอวัยวะ มีมากว่า 100 สายพันธุ์ โดยจัดแบ่งออกเป็น สายพันธุ์ความเสี่ยงสูงที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ได้แก่ สายพันธุ์ 16, 18 , 31, 33, 45 , 52,58 และสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำที่ก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ ได้แก่สายพันธุ์ 6 และ 11  เป็นต้น  ไวรัสนี้สามารถก่อโรคได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในอวัยวะต่างๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก  มะเร็งช่องคลอด  มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก  มะเร็งช่องปากและลำคอ

การติดต่อ

         เชื้อ HPV ติดได้ง่ายผ่านการสัมผัส เช่น เพศสัมพันธ์ การสัมผัสที่รุนแรงบริเวณอวัยวะเพศ  โดยผู้หญิงและผู้ชาย 4 ใน 5 คน จะเคยได้รับเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ส่วนมากร่างกายจะกำจัดเชื้อออกไปได้ภายใน 2 ปี แต่ถ้าร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อออกไปได้ จะทำให้เกิดการพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้ในอนาคต

วัคซีนเอชพีวี (HPV) คืออะไร

                 วัคซีน HPV  หรือวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก คือวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma virus) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก  เนื่องจากการติดเชื้อไวรัส HPV ทำให้เซลล์ปากมดลูกอักเสบเรื้อรังและเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งได้  

การป้องกันเชื้อ HPV

         ปัจจุบันในประเทศไทย มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV 3 ชนิด 

  • วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์  ( 16 , 18 )
  • วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์  ( 6, 11, 16, 18 )
  • วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์   ( 6, 11, 16, 18, 31 , 33,45,52,58 )

การฉีดวัคซีน HPV

  •  ประสิทธิภาพวัคซีนจะสูงขึ้น  หากได้รับวัคซีนในวัยที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน
  • เด็กวัยรุ่นหญิงและชาย อายุ 9-15 ปี ฉีด 2 เข็ม โดยเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 6-12เดือน
  • ผู้หญิงและผู้ชายอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ฉีด 3 เข็ม เข็ม2 ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างจากเข็ม 2 อย่างน้อย 3เดือน และห่างจากเข็มแรก อย่างน้อย 5 เดือน  ควรได้รับวัคซีนครบ 3 เข็ม ภายในระยะเวลา 1 ปี

คำถามพบบ่อย

Q : ถ้ามีแฟนคนเดียว มีโอกาสติดเชื้อ HPV หรือไม่

A : มีความเสี่ยง เนื่องจากเชื้อ HPV สามารถติดต่อได้ง่าย 80%ของคนทั่วไปเคยได้รับเชื้อมาก่อน โดยไม่มีอาการใดๆ  จึงอาจเป็นไปได้ว่าแฟนของคุณจะเคยได้รับเชื้อ HPV มาก่อนแล้ว

Q : เคยได้รับเชื้อ HPV มาแล้ว วัคซีนยังคงมีประโยจน์หรือไม่

A : มีประโยชน์ โดยวัคซีนจะป้องกันการติดเชื้อ HPV ในสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยติดมาก่อน

 

   ราคา แพ็กเกจวัคซีน HPV

mail สอบถามเพิ่มเติม / นัดหมาย 

         ศูนย์สุขภาพเด็ก โทร 033-038968

 อ่านบทความอื่นๆ Click

      


แพ็คเกจที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

โปรแกรมศัลยกรรมเพื่อความงาม

ข้อมูลเพิ่มเติม

Long Covid (ตรวจสุขภาพหลังป่วยโควิด)

ข้อมูลเพิ่มเติม

IV DRIP ดริปวิตามิน

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคุณภาพการนอนหลับที่บ้าน (Watch PAT)

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจสุขภาพเด็กอายุ 4 - 6ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจฮอร์โมนเพศหญิงภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์โดยนักกิจกรรมบำบัด

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมครอบฟันน้ำนมเด็ก (วัสดุเชรามิก สีเหมือนฟัน Zirconia)

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพ Happy Life Program

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมคลอดบุตร สมิติเวชชลบุรี

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคุณภาพการนอนหลับที่บ้าน (Watch PAT)

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับท่องเที่ยวที่สูง

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
ด้วยเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรม
(Digital Mammogram)

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับเดินทางต่างประเทศ

ข้อมูลเพิ่มเติม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

เมื่อลูกน้อย...เท้าบิดหมุนเข้าใน

เด็กที่เดินแล้วมีปลายเท้าชี้เข้าหากัน เกิดจากการบิดหมุนของขาตั้งแต่สะโพกลงมา มีลักษณะการเดินผิดปกติและปัญหาเรื่องความสวยงามของขาที่ผิดรูป การตัดรองเท้าอาจพิจารณาในรายที่เป็นมากจนเท้าสะดุดกันเองเวลาวิ่ง เด็กที่มีเท้าบิดหมุนเข้าใน เด็กที่เดินแล้วมีปลายเท้าชี้เข้าหากันเกิดจากการบิดหมุนของขาตั้งแต่สะโพกลงมา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ต้นขา หน้าแข้ง และเท้า แต่ละส่วนมีแนวทางการตรวจติดตาม และรักษา แตกต่างกันเล็กน้อย การบิดหมุนของส่วนต้นขา พบมากที่สุด ส่วนใหญ่จะหายได้เอง ก่อนอายุ 10 ปี การดัดและการตัดรองเท้า ไม่ช่วยในการหาย พยายามเลี่ยงการนั่งในท่า W แต่ไม่จำเป็นต้องให้นั่งขัดสมาธิ ในเด็กที่ทำไม่ได้ อาจให้นั่งเหยียดขาแทนเวลานั่งพื้น การตัดรองเท้าอาจพิจารณาในรายที่เป็นมากจนเท้าสะดุดกันเองเวลาวิ่ง การผ่าตัดอาจไม่จำเป็นถ้าไม่มีปัญหาในการดำรงชีวิต และหากจะทำควรทำเมื่อเด็กโตมากแล้ว การบิดหมุนของหน้าแข้ง พบได้น้อยเมื่อเทียบกับบริเวณอื่น ส่วนใหญ่จะหายเองก่อนอายุ 4 ปี การรักษาเบื้องต้นเพียงติดตามอาการเท่านั้น การผ่าตัดอาจไม่จำเป็นถ้าไม่มีปัญหาในการดำรงชีวิต และหากจะทำควรทำเมื่อเด็กโตมากแล้ว การบิดหมุนที่เท้า พบได้ค่อนข้างบ่อย สังเกตได้จากเท้าจะโค้งคล้ายกล้วย ถ้าสามารถดัดได้ง่าย โอกาสหายเองสูง ถ้าดัดได้ยากอาจพิจารณาใส่เฝือกหรือตัดรองเท้าช่วย ส่วนใหญ่หายเองก่อน 4 ขวบ ในกรณีที่ยังเป็นจนโต อาจพิจารณาผ่าตัดในรายที่มีปัญหาการใส่รองเท้า และกังวลเรื่องความสวยงาม