"นอนกรน" เป็นเรื่องธรรมดาจริงหรอ?

15 มิถุนายน 2565


  นอนกรน เป็นเรื่องธรรมดา จริงหรอ?  
หลายคนรู้จักและคุ้นเคยดีกับการกรน อาจเป็นตัวคุณเอง หรือคนใกล้ชิด ที่เราพบว่าได้บ่อยๆว่ามีการกรนขณะหลับ จนพูดกันว่า “กรนธรรมดา”  แต่จริงแล้ว เมื่อไรก็ตามที่กรน นั่นละไม่ธรรมดา เพียงแค่เป็นอาการที่พบได้บ่อย จนความไม่ธรรมดาถูก
มองข้ามไป เพราะใครจะเชื่อว่านอนกรนเป็นอาการแสดงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (obstructive sleep apnea)
การกรน (snoring) เกิดจากทางเดินหายใจส่วนต้นตีบแคบ เนื่องจากขณะหลับ กล้ามเนื้อที่ใช้เปิดทางเดินหายใจส่วนต้นจะ หย่อนตัว หรือแม้แต่ลิ้น ลิ้นไก่ ก็มักตกไปด้านหลังของช่องปาก ทั้งหมดจึงทําให้ช่องทางเดินหายใจในคอตีบ ดังนั้น เมื่อหายใจ ผ่านช่องคอที่แคบ จึงทําให้เกิดเป็นเสียงกรน 

 

แต่การตีบแคบของช่องคอ จะมีระดับความผิดปกติที่ต่างกันออกไป ถ้าช่องคอแคบ แต่ตีบแคบต่อเนื่อง เสียงกรนจะดังต่อเนื่อง แต่ถ้าการตีบแคบมากขึ้น เสียงกรนจะเริ่มเบาลง จนเสียงหายเป็นระยะๆ ร่วมกับอาการสําลักอากาศ หรือเป็นเสียง “คร่อก” ตามมา อาการเหล่านี้จะพบในภาวะที่เรียกว่า ทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ หรือเรียกว่าภาวะ หยุดหายใจขณะหลับ
จัดแบ่งความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ได้ 3 ระดับ คือ ระดับรุนแรงขั้นเริ่มต้น ปานกลาง และรุนแรงมาก โดยแบ่ง ตามดัชนีที่คํานวนจากจํานวนครั้งที่หายใจผิดปกติในแต่ละหนึ่งชั่วโมง  
แต่ไม่ว่าจะความรุนแรงมากแค่ไหน ทั้งหมดก็จะมีผลให้คุณภาพการนอนลดลง เนื่องจาก ทําให้ ร่างกายขาดออกซิเจน เพราะ อากาศเข้าไปในทางเดินหายใจไม่ได้ เกิดกระบวนการอักเสบทั้งในระบบหัวใจและหลอดเลือด เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว ในหลอดเลือดของสมอง ภาวะหลอดเลือดสมองตีบ หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดอวัยวะต่างๆตีบ  การทํางานของทุกระบบ แปรปรวน 
สมองเองก็ไม่สามารถพักได้อย่างเต็มที่ มักสะดุ้งเพื่อพยายามให้ร่างกายเฮือกหายใจ โดยอาจตื่นขึ้นมาเลยหรือไม่ตื่นก็ได้ แต่ก็จะ ทําให้การหลับไม่ต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการทํางานของสมองและความจําถดถอยแย่ลง 

สอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่ อายุรกรรม ชั้น1 รพ.สมิติเวชชลบุรี โทร.033-038-988

โดย พญ.ณิรัชฎา ทรัพย์อนันต์ อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา 


 


พญ.ณิรัชดา ทรัพย์อนันต์

ความชำนาญ : ประสาทวิทยา

ข้อมูลเพิ่มเติม

แพ็คเกจที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับเดินทางต่างประเทศ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคุณภาพการนอนหลับที่บ้าน (Watch PAT)

ข้อมูลเพิ่มเติม

วัคซีน มือ เท้า ปาก EV71 สำหรับเด็ก 6 เดือน - 5 ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพ Happy Life Program

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมคลอดบุตร สมิติเวชชลบุรี

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

ข้อมูลเพิ่มเติม

Long Covid (ตรวจสุขภาพหลังป่วยโควิด)

ข้อมูลเพิ่มเติม

แพ็กเกจการคลอดแบบพรีเมียม
รพ.สมิติเวชชลบุรี

ข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจคุณภาพการนอนหลับที่บ้าน (Watch PAT)

ข้อมูลเพิ่มเติม

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมศัลยกรรมเพื่อความงาม

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจคัดกรอง "โรคมะเร็งตับ"

ข้อมูลเพิ่มเติม

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 1 ข้าง 225,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนดำน้ำ

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมฟื้นฟูร่างกายหลังหายจากโควิด-19

ข้อมูลเพิ่มเติม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

เมื่อลูกน้อย...เท้าบิดหมุนเข้าใน

เด็กที่เดินแล้วมีปลายเท้าชี้เข้าหากัน เกิดจากการบิดหมุนของขาตั้งแต่สะโพกลงมา มีลักษณะการเดินผิดปกติและปัญหาเรื่องความสวยงามของขาที่ผิดรูป การตัดรองเท้าอาจพิจารณาในรายที่เป็นมากจนเท้าสะดุดกันเองเวลาวิ่ง เด็กที่มีเท้าบิดหมุนเข้าใน เด็กที่เดินแล้วมีปลายเท้าชี้เข้าหากันเกิดจากการบิดหมุนของขาตั้งแต่สะโพกลงมา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ต้นขา หน้าแข้ง และเท้า แต่ละส่วนมีแนวทางการตรวจติดตาม และรักษา แตกต่างกันเล็กน้อย การบิดหมุนของส่วนต้นขา พบมากที่สุด ส่วนใหญ่จะหายได้เอง ก่อนอายุ 10 ปี การดัดและการตัดรองเท้า ไม่ช่วยในการหาย พยายามเลี่ยงการนั่งในท่า W แต่ไม่จำเป็นต้องให้นั่งขัดสมาธิ ในเด็กที่ทำไม่ได้ อาจให้นั่งเหยียดขาแทนเวลานั่งพื้น การตัดรองเท้าอาจพิจารณาในรายที่เป็นมากจนเท้าสะดุดกันเองเวลาวิ่ง การผ่าตัดอาจไม่จำเป็นถ้าไม่มีปัญหาในการดำรงชีวิต และหากจะทำควรทำเมื่อเด็กโตมากแล้ว การบิดหมุนของหน้าแข้ง พบได้น้อยเมื่อเทียบกับบริเวณอื่น ส่วนใหญ่จะหายเองก่อนอายุ 4 ปี การรักษาเบื้องต้นเพียงติดตามอาการเท่านั้น การผ่าตัดอาจไม่จำเป็นถ้าไม่มีปัญหาในการดำรงชีวิต และหากจะทำควรทำเมื่อเด็กโตมากแล้ว การบิดหมุนที่เท้า พบได้ค่อนข้างบ่อย สังเกตได้จากเท้าจะโค้งคล้ายกล้วย ถ้าสามารถดัดได้ง่าย โอกาสหายเองสูง ถ้าดัดได้ยากอาจพิจารณาใส่เฝือกหรือตัดรองเท้าช่วย ส่วนใหญ่หายเองก่อน 4 ขวบ ในกรณีที่ยังเป็นจนโต อาจพิจารณาผ่าตัดในรายที่มีปัญหาการใส่รองเท้า และกังวลเรื่องความสวยงาม